Mitjy's Story
Do Did and Done
ด้านมืดของ Startup
Oct 16, 2015 - 09:10 AM

ทุกวันนี้ Start Up เป็นอีกสายอาชีพหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Start Up คืออะไรนั้น ผมสรุปข้อความของรุ่นพี่ของวงการในไทย ตามความคิดของผมว่า "Start Up ก็คือ SME ที่ Scale ได้" และแน่นอนว่าบริการใหญ่ ๆ ในโลกที่เราใช้กันอยู่ล้วนแต่เคยเป็น Start Up มาก่อน ถ้าคิดไม่ออกก็ได้แก่ Google, Facebook, Instargram, Twitter เหล่านี้

แต่ว่าวันนี้ผมไม่ได้มาอวยถึงความวิเศษของธุรกิจประเภทนี้ครับ แต่จะพูดถึงด้านมืดของมันบ้าง :D

 

บางทีคุณอาจจะดูเป็นคนล้มเหลวในสายตาคนอื่น

แม้ว่า Start Up จะดูเป็นคำที่หรูหราและมาจากต่างประเทศ แต่ความเป็นจริง ของคำนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะมันคือการพยายามสร้างบริการหรือสินค้าที่จะตอบโจทย์ปัญหาของคนหมู่มาก ซึ่งคนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการค้นหาสินค้าและบริการนั้นก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งดูจากภายนอก ก็เหมือนว่าเราไม่สามารถทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันได้สักที เพราะคนอื่น ไม่ได้วัดว่าเราทำอะไรไปมากแค่ไหน แต่มองว่าได้ผลลัพธ์อะไรบ้างต่างหาก

 

จิตใจต้องแข็งแกร่ง รับแรงกดดันจากคนรอบข้างได้

คุณ Aung Kyaw Moe ผู้ก่อตั้งบริษัท 2C2P เคยกล่าวไว้ในงานสัมนา Start It Up Power it Up ไว้ว่า ไม่มีญาติพี่น้องหรือเพื่อนคนไหนที่ชอบอาชีพนี้ ใช่ครับ ผมเห็นด้วย ผมเห็นเพื่อนร่วมวงการจากไปด้วยสาเหตุนี้มากมายครับ (ผมไม่ได้หมายถึงการตายนะครับ ฮ่าๆ)

สำหรับพ่อแม่ คำว่า Start Up ถือเป็นคำใหม่มากสำหรับเขา และเนื่องด้วยความที่ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันของเรา ทำให้ท่านไม่มั่นใจกับอนาคตของเรา ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านก็เป็นห่วงนั่นแหละ แต่ผมโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ของผมพยายามจะเข้าใจว่า สิ่งที่ผมทำนั้นมันโอเค และยอมรับการตัดสินใจของผม แต่ท่านก็จะถามเสมอว่า "อดอยากไหมช่วงนี้?"

สำหรับญาติพี่น้อง บางคนก็แค่อยากจะรู้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ซึ่งบ่อยครั้งที่ผมได้รับคำถามว่า "ทำงานอะไรช่วงนี้?" แน่นอนครับผมไม่ตอบว่าทำ Start Up ฮ่า ๆ เพราะผมคิดว่าเค้าคงไม่เข้าใจ เลยต้องตอบไปว่า "ทำบริษัทกับเพื่อน" พร้อมกับอธิบายความสามารถของผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังทำ (ขายของ) ไปด้วย ซึ่งส่วนมากก็จะตอบว่า "แล้วเงินดีไหม พออยู่ได้รึเปล่า?"

ส่วนเพื่อนนั้น ก็คงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ผมเดาว่าคงไม่มีใครชอบการขาย และบางทีเค้าไม่ต้องพูดอะไรเลย แค่เราดูจากหน้าที่การงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเพื่อน ก็พอจะเป็นแรงกดดันให้เราได้แล้ว แต่ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่คอยให้กำลังใจผมนะว่าเราจะต้องทำงาน เพื่อไปถึงความสำเร็จให้ได้

สังเกตครับ ส่วนมากคนจะเป็นห่วงเรื่องความอยู่รอดของเรา เพราะสิ่งที่เราทำนั้น มันช่างโคตรไม่มั่นคงครับ "ถ้าจิตใจคุณเป็นเพชร ก็คงเป็นอภิมหาโคตรเพชร ถึงจะอยู่ได้ ณ จุด ๆ นี้" laugh

 

ไม่มีจะกินทำยังไง

ผมเชื่อว่า ทุกคนที่เดินมาถึงจุดนี้ จะเคยประสบกับปัญหาระดับชาติของชาว Start Up แน่นอน ซึ่งก็คือเรื่องเงิน ไม่ต้องพูดถึงเงินเป็นแสนเป็นล้านนะครับ เอาแค่เท่ากับปริมาณเงินขั้นต่ำที่เราต้องใช้ต่อเดือนก็พอ

เคยได้ยินไหมครับที่บอกว่า "ทำตามความฝัน ไม่มีกินก็ไม่เป็นไร" ผมว่ามันโคตรจะนิยายนะครับ เพราะว่าถ้าเราทำตามความฝัน สิ่งที่ต้องใช้คือแรงกาย และแรงใจ ดังนั้นการจะสร้างแรงกายและแรงใจ มันต้องกินข้าวครับ ดังนั้นเตรียมตัววางแผนไว้เลยว่าจะเอาเงินมาจากไหน เท่าที่ผมคิดออก แหล่งเงินต่าง ๆ มีประมาณนี้ครับ

  1. เงินเก็บ ส่วนนี้เป็นเงินที่ถือว่าธรรมดามากครับ เพราะถ้าเราจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เราควรจะเก็บเงินเป็นครับ ดังนั้น ถ้าเรารู้ว่าเราจะต้องทำ Start Up เตรียมไว้เลยครับ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  2. เงินลงทุน แน่นอนครับว่าเป็นสิ่งที่ Start Up ทุก ๆ ทีมใฝ่ฝันถึง แต่อย่าลืมนะครับ นักลงทุน ก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมั่ว ๆ กว่าที่เขาจะตัดสินใจเอาเงินมาลงทุนกับเรา เขาคิดแล้วคิดอีกครับ ว่ามันคุ้มหรือไม่ ดังนั้น เราก็ควรจะมีเงินเลี้ยงชีวิตไปจนกว่าจะได้รับการลงทุนครับ (ไปดูข้ออื่น)
  3. เงินพ่อแม่ ถ้าใครคิดว่ามั่นใจ สามารถขอได้นะครับ แต่อาจจะดูตึงเครียดเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะว่ามันสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลกับเราได้เลยครับ เพราะความไม่เป็นชิ้นเป็นอันของเรา อาจทำให้ความมั่นใจอันน้อยนิดของพวกท่าน หมดลง cheeky
  4. เงินกู้ อันนี้เห็นจะยากครับ แต่ถ้าใครที่มีสินทรัพย์ไปจำนองก็ลองได้ครับ แต่ผมไม่เคยนะครับ เพราะธนาคารไม่เคยมองเห็นผมครับ
  5. เงินจากการรับจ้าง เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ผมใช้ในการเลี้ยงชีวิตครับ ให้ลองแบ่งเวลาทำผลิตภัณฑ์ของเราออกมาเล็กน้อย 30 - 40 % เพื่อเอาไปหาเงินครับ 
  6. เงินจากการลงทุน ก้อนนี้อาจจะยากสำหรับหลาย ๆ คนหน่อย แต่ทำได้ครับ เพราะผมเห็นเพื่อนผมทำได้ เขาเริ่มจากการมีเงินเก็บ แล้วเอาเงินเก็บไปลงทุนในธุรกิจของคนรู้จักครับ ซึ่งผลตอบแทนค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว แต่การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนครับ wink

 

บทความนี้เขียนจากประสบการของผมล้วน ๆ ครับ ปล. ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จ กำลังอยู่ในช่วงการเดินทางและการทำงานหนัก ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ผ่านมาถึงจุดนี้ได้ครับ (ปรบมือ)

สุดท้ายผมก็ทำสตาร์ทอัพอยู่ ซึ่งขอขายของนิดหนึ่ง ตัวนี้ชื่อว่า Bagpae (แบกเป้) ครับ เป็นแพลทฟอร์มเล่าเรื่องท่องเที่ยวครับ ลองเข้ามาเล่นกันได้ :D

 

 

Smith Krengkrud
Hi, I am a developer.